มุสลิมกับวันปีใหม่
โดย อ.มุรีดทิมะเสน
วันที่ 31 ธันวาคมเป็นวันสิ้นปี ต่อเนื่องกับ วันที่ 1 มกราคม ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามสากลนิยม ประชาชนทุกชาติทุกภาษาจะมีการเฉลิมฉลองในวันนี้
"มุสลิม" ทุกคนอยู่บนแนวทางที่พระองค์ทรงโปรดปราน ...พระองค์ คือ ผู้ทรงเมตตาและกรุณายิ่ง ทั้งโลกนี้และโลกหน้า
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความรู้ทั่วไป แสดงบทความทั้งหมด
วันอังคารที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2554
แถลงการณ์โต้แอ๊ด คาราบาว
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
www.mureed.com
www.mureed.com
นิตยสารรายปัก Hamburger ซึ่งเป็นนิตยสารแนวทางเลือกใหม่สำหรับเสรีชน ที่ต้องการเปิดกว้างทางความคิด ในฉบับที่ 100 (ปักแรกของเดือนตุลาคม) ได้ทำการสัมภาษณ์แอ๊ด คาราบาว (ยืนยง โอภากุล) เกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันและชีวิตการทำเพลงของนายแอ๊ด
ข้อปฏิบัติในวันอีดทั้งสอง
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
โดย อ.มุรีด ทิมะเสน
www.mureed.com
ข้อปฏิบัติ (สุนนะฮฺ) ในวันอีดิลอัฎหา (อ่านว่า อัด-ฮา) และอีดิลฟิตริมีรายละเอียดดั่งต่อไปนี้
โดย อ.มุรีด ทิมะเสน
www.mureed.com
ข้อปฏิบัติ (สุนนะฮฺ) ในวันอีดิลอัฎหา (อ่านว่า อัด-ฮา) และอีดิลฟิตริมีรายละเอียดดั่งต่อไปนี้
สิ่งคลาคเคลื่อนในเดือนเราะมะฎอน
เรียบเรียงโดย Muslum Hot Report.
โดย อ.มุรีด ทิมะเสน
www.mureed.com
โดย อ.มุรีด ทิมะเสน
www.mureed.com
ครั้นพอถึงเดือนเราะมะฎอน มุสลิมต่างพากันเข้าสู่แสวงหาความโปรดปรานจากพระองค์อัลลอฮฺกันอย่างทั่วหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งใดที่ปฏิบัติแล้วได้ผลบุญมากๆ ก็ได้รับการตอบรับอย่างเป็นพิเศษ จากนั้นก็จะปฏิบัติในสิ่งนั้นอย่างทันทีทันใดเนื่องจากหวังผลบุญที่มากมายดังกล่าวนั่นเอง
วันอังคารที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ทำไมต้องเป็นมุสลิม?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
เนื้อหาจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ไม่มีการบังคับครับ แต่มุสลิมเรามีหน้าที่ประกาศสัจธรรมให้คุณทราบ ให้คุณได้เลือกทางเดินเองว่าจะเลือกเชื่อแบบไหน?
->จะเชื่อว่าโลกนี้เกิดมาโดยบังเอิญ ไม่มีพระเจ้า มนุษย์ก็ไม่มีวิญญาณ เป็นแค่สสารมีชีวิต ตายแล้วตายเลย ไม่มีนรกสวรรค์
เนื้อหาจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ไม่มีการบังคับครับ แต่มุสลิมเรามีหน้าที่ประกาศสัจธรรมให้คุณทราบ ให้คุณได้เลือกทางเดินเองว่าจะเลือกเชื่อแบบไหน?
->จะเชื่อว่าโลกนี้เกิดมาโดยบังเอิญ ไม่มีพระเจ้า มนุษย์ก็ไม่มีวิญญาณ เป็นแค่สสารมีชีวิต ตายแล้วตายเลย ไม่มีนรกสวรรค์
อัลลอฮฺคือใคร?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
เนื้อหาจากเว็บไซต์ www.mureed.com
คนไทยจำนวนมากเข้าใจดังนี้ว่า คนพุทธนับถือพระพุทธเจ้า คนคริสต์นับถือพระเยซู ส่วนมุสลิมนับถืออัลลอฮฺ ฉะนั้นในเมื่อพระพุทธเจ้าคือศาสดา(เป็นมนุษย์) พระเยซูก็คือศาสดา(ก็เป็นมนุษย์) ดังนั้นอิสลามนับถืออัลลอฮฺ ก็คงจะเป็นศาสดาล่ะมั้ง? ..
เนื้อหาจากเว็บไซต์ www.mureed.com
คนไทยจำนวนมากเข้าใจดังนี้ว่า คนพุทธนับถือพระพุทธเจ้า คนคริสต์นับถือพระเยซู ส่วนมุสลิมนับถืออัลลอฮฺ ฉะนั้นในเมื่อพระพุทธเจ้าคือศาสดา(เป็นมนุษย์) พระเยซูก็คือศาสดา(ก็เป็นมนุษย์) ดังนั้นอิสลามนับถืออัลลอฮฺ ก็คงจะเป็นศาสดาล่ะมั้ง? ..
ทำไมต้องกราบกะบะฮฺ?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ชาวต่างศาสนิกเองมีความสับสนก่อนที่จะถามคำถามนี้ ในเรื่องของหินดำกับกะบะฮฺ เพราะเขาได้ยินทั้งคำว่า “หินดำ” ได้ยินทั้งคำว่า “กะบะฮฺ” แล้วก็คิดว่ามันเป็นอันเดียวกัน ดังนั้นบางคนจึงตั้งคำถามว่ามุสลิมไม่เคารพรูปปั้นแต่ทำไมดันกราบหินดำ? ในขณะที่บางคนถามว่าทำไมต้องกราบกะบะฮฺ? แต่จริงๆแล้วมันคนละอันกันครับ
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ชาวต่างศาสนิกเองมีความสับสนก่อนที่จะถามคำถามนี้ ในเรื่องของหินดำกับกะบะฮฺ เพราะเขาได้ยินทั้งคำว่า “หินดำ” ได้ยินทั้งคำว่า “กะบะฮฺ” แล้วก็คิดว่ามันเป็นอันเดียวกัน ดังนั้นบางคนจึงตั้งคำถามว่ามุสลิมไม่เคารพรูปปั้นแต่ทำไมดันกราบหินดำ? ในขณะที่บางคนถามว่าทำไมต้องกราบกะบะฮฺ? แต่จริงๆแล้วมันคนละอันกันครับ
ทำไมต้องถือศีลอด?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์ก็ตรงนี้แหละครับ เมื่อสัตว์มันหิวมันก็กิน เมื่อมันง่วงมันก็นอน เมื่อมีอารมณ์ทางเพศมันก็ผสมพันธุ์ แต่มนุษย์เราใช่ว่าจะกินได้เมื่อหิว จะทำอะไรทำเมื่ออยาก เพราะมันต้องดูด้วยว่าทำได้หรือไม่? ถูกหรือผิด? การถือศีลอดจึงเป็นการฝึกหักห้ามใจ
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์ก็ตรงนี้แหละครับ เมื่อสัตว์มันหิวมันก็กิน เมื่อมันง่วงมันก็นอน เมื่อมีอารมณ์ทางเพศมันก็ผสมพันธุ์ แต่มนุษย์เราใช่ว่าจะกินได้เมื่อหิว จะทำอะไรทำเมื่ออยาก เพราะมันต้องดูด้วยว่าทำได้หรือไม่? ถูกหรือผิด? การถือศีลอดจึงเป็นการฝึกหักห้ามใจ
ทำไมต้องละหมาด?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
ขอบคุณเนื้อหาจากเว็บไซต์ www.mureed.com
การละหมาดเป็นบัญญัติที่พระเจ้าได้สั่งให้ผู้ศรัทธาทุกๆยุค กระทำ(ไม่ว่าจะศาสดาท่านไหนๆก็ตาม) เพื่อแสดงความเคารพรักภักดีต่อพระองค์ โดยที่ผู้ศรัทธาห้ามไปแสดงความเคารพรักภักดีต่อวัตถุ หรือมนุษย์หน้าไหน เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้สร้างมนุษย์ ไม่ได้เป็นผู้ให้ชีวิตและปัจจัยยังชีพแก่มนุษย์ หากแต่มนุษย์เราต่างก็นำสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติที่พระเจ้าสร้างมาใช้ประโยชน์ทั้งสิ้น แม้กระทั่งพ่อแม่ของเราเองก็ไม่ได้เป็นผู้สร้างอสุจิ ไม่ได้เป็นผู้สร้างมดลูก ไม่ได้เป็นผู้สร้างกระบวนการตกไข่ ไม่ได้เป็นผู้สร้างกลไกการปฏิสนธิ หากแต่กลไกทางธรรมชาติเหล่านี้ถูกสร้างมาโดยพระผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่งอภิบาลสรรพสิ่งทั้งปวง
ขอบคุณเนื้อหาจากเว็บไซต์ www.mureed.com
การละหมาดเป็นบัญญัติที่พระเจ้าได้สั่งให้ผู้ศรัทธาทุกๆยุค กระทำ(ไม่ว่าจะศาสดาท่านไหนๆก็ตาม) เพื่อแสดงความเคารพรักภักดีต่อพระองค์ โดยที่ผู้ศรัทธาห้ามไปแสดงความเคารพรักภักดีต่อวัตถุ หรือมนุษย์หน้าไหน เพราะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้สร้างมนุษย์ ไม่ได้เป็นผู้ให้ชีวิตและปัจจัยยังชีพแก่มนุษย์ หากแต่มนุษย์เราต่างก็นำสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติที่พระเจ้าสร้างมาใช้ประโยชน์ทั้งสิ้น แม้กระทั่งพ่อแม่ของเราเองก็ไม่ได้เป็นผู้สร้างอสุจิ ไม่ได้เป็นผู้สร้างมดลูก ไม่ได้เป็นผู้สร้างกระบวนการตกไข่ ไม่ได้เป็นผู้สร้างกลไกการปฏิสนธิ หากแต่กลไกทางธรรมชาติเหล่านี้ถูกสร้างมาโดยพระผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่งอภิบาลสรรพสิ่งทั้งปวง
ทำไมต้องขลิบ?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ในยุคปัจจุบันเรื่องการขลิบเป็นข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์ว่า เป็นการรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศและป้องกันการเกิดกามโรค เพราะเชื้อโรคและสิ่งสกปรกหมักหมมทั้งหมดจะเกาะตัวอยู่ในบริเวณหนังห่อหุ้มของอวัยวะเพศซึ่งทำความสะอาดได้ยาก และหนังส่วนนั้นก็จะไม่มีประโยชน์ใดๆเลยเมื่อมนุษย์เติบโตขึ้นมา ดังนั้นการแพทย์จึงสนับสนุนให้มีการขลิบ และในประเทศอเมริกานั้นถือเป็นธรรมเนียมหรือค่านิยมโดยทั่วไปคือการให้มีการขลิบตั้งแต่แรกเกิด
ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ในยุคปัจจุบันเรื่องการขลิบเป็นข้อเท็จจริงซึ่งเป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์ว่า เป็นการรักษาความสะอาดของอวัยวะเพศและป้องกันการเกิดกามโรค เพราะเชื้อโรคและสิ่งสกปรกหมักหมมทั้งหมดจะเกาะตัวอยู่ในบริเวณหนังห่อหุ้มของอวัยวะเพศซึ่งทำความสะอาดได้ยาก และหนังส่วนนั้นก็จะไม่มีประโยชน์ใดๆเลยเมื่อมนุษย์เติบโตขึ้นมา ดังนั้นการแพทย์จึงสนับสนุนให้มีการขลิบ และในประเทศอเมริกานั้นถือเป็นธรรมเนียมหรือค่านิยมโดยทั่วไปคือการให้มีการขลิบตั้งแต่แรกเกิด
ทำไมมุสลิมมีภรรยาได้ 4 คน?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ถ้าใครบอกว่าศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่อนุญาตมีภรรยาได้เยอะที่สุด ผมก็จะขอเถียงว่าอิสลามเป็นศาสนาที่อนุญาตให้มีภรรยาได้น้อยที่สุดต่างหากล่ะครับ! งงใช่ไหมล่ะครับ? ยังไม่พอแค่นั้นครับ ผมจะให้คุณงงเพิ่มเข้าไปอีก.. เนื่องจากสังคมปัจจุบันมองว่าอิสลามเป็นศาสนาที่กดขี่สตรีเพศ ผมก็จะขอเถียงว่าอิสลามเป็นศาสนาที่ยกฐานะของสตรีต่างหากล่ะครับ! งงว่าทำไมมันถึงกลับตะละปัดอย่างนี้ใช่ไหมครับ? สาเหตุที่คุณงงก็เพราะคุณไม่เคยดูคัมภีร์หรือบัญญัติศาสนาของคุณเลย ส่วนอีกประการคือคุณไม่เคยใคร่ครวญถึงอดีตเลย นอกจากมีประวัติศาสตร์ไว้เป็นเพียงตำนานเล่าขานหรือไว้เรียนเพื่อให้สอบผ่านก็เท่านั้น
ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mureed.com
ถ้าใครบอกว่าศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาที่อนุญาตมีภรรยาได้เยอะที่สุด ผมก็จะขอเถียงว่าอิสลามเป็นศาสนาที่อนุญาตให้มีภรรยาได้น้อยที่สุดต่างหากล่ะครับ! งงใช่ไหมล่ะครับ? ยังไม่พอแค่นั้นครับ ผมจะให้คุณงงเพิ่มเข้าไปอีก.. เนื่องจากสังคมปัจจุบันมองว่าอิสลามเป็นศาสนาที่กดขี่สตรีเพศ ผมก็จะขอเถียงว่าอิสลามเป็นศาสนาที่ยกฐานะของสตรีต่างหากล่ะครับ! งงว่าทำไมมันถึงกลับตะละปัดอย่างนี้ใช่ไหมครับ? สาเหตุที่คุณงงก็เพราะคุณไม่เคยดูคัมภีร์หรือบัญญัติศาสนาของคุณเลย ส่วนอีกประการคือคุณไม่เคยใคร่ครวญถึงอดีตเลย นอกจากมีประวัติศาสตร์ไว้เป็นเพียงตำนานเล่าขานหรือไว้เรียนเพื่อให้สอบผ่านก็เท่านั้น
ทำไมมุสลิมไม่กินหมู ?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
ข้อมูลจาก เว็บไซต์ www.mureed.com
ใครที่ถามแบบนี้ถือว่าเป็นการตั้งคำถามที่ถูกต้องครับ เพราะมุสลิมไม่กินหมู แต่ถ้าใครถามว่า “ทำไมมุสลิมกลัวหมู?” แบบนี้ถือว่าตั้งคำถามผิดนะครับ เพราะมุสลิมไม่ได้กลัวหมู แต่คนไทยเรา (โดยเฉพาะไทยพุทธ) มักเข้าใจผิดๆโดยไปจดจำมาจากหนังตลกว่ามุสลิมกลัวหมู และต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเมื่อเห็นหมู!
ข้อมูลจาก เว็บไซต์ www.mureed.com
ใครที่ถามแบบนี้ถือว่าเป็นการตั้งคำถามที่ถูกต้องครับ เพราะมุสลิมไม่กินหมู แต่ถ้าใครถามว่า “ทำไมมุสลิมกลัวหมู?” แบบนี้ถือว่าตั้งคำถามผิดนะครับ เพราะมุสลิมไม่ได้กลัวหมู แต่คนไทยเรา (โดยเฉพาะไทยพุทธ) มักเข้าใจผิดๆโดยไปจดจำมาจากหนังตลกว่ามุสลิมกลัวหมู และต้องวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเมื่อเห็นหมู!
กรณีชาวพุทธบางท่านบิดเบือนอิสลาม
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
บทความที่บิดเบือนนี้ มาจากหนังสือ "เหตุเกิดหลังพุทธปรินิพพาน" พิมพ์ครั้งที่ 1 ,พ.ค.2548
ผู้เขียน : นวองคุลี
ที่อยู่ : วัดสุวรรณประสิทธิ์ คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพฯ โทร.027345732
พิมพ์ที่ : ธรรมสภา โรงพิมพ์พระพุทธศาสนา กรุงเทพฯ
บทความที่บิดเบือนนี้ มาจากหนังสือ "เหตุเกิดหลังพุทธปรินิพพาน" พิมพ์ครั้งที่ 1 ,พ.ค.2548
ผู้เขียน : นวองคุลี
ที่อยู่ : วัดสุวรรณประสิทธิ์ คลองกุ่ม บึงกุ่ม กรุงเทพฯ โทร.027345732
พิมพ์ที่ : ธรรมสภา โรงพิมพ์พระพุทธศาสนา กรุงเทพฯ
ทำไมอัฟกานิสถานต้องทำลายพระพุทธรูป ?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
จากข่าวการทำลายพระพุทธรูปเก่าแก่ในประเทศอัฟกานิสถาน ทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ชาวตะวันตกทราบข้อนี้ดีว่าถ้าเขาสร้างกระแสข่าวนี้ให้ดัง ก็จะทำให้เกิดแนวร่วมในการต่อต้านอิสลามอีกหนึ่งกลุ่มคือชาวพุทธ! และไม่เป็นการวิเคราะห์ที่ผิดพลาดแต่อย่างใด เพราะหลักจาก
โดย มุฮาญีรีน
จากข่าวการทำลายพระพุทธรูปเก่าแก่ในประเทศอัฟกานิสถาน ทำให้พุทธศาสนิกชนเกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ชาวตะวันตกทราบข้อนี้ดีว่าถ้าเขาสร้างกระแสข่าวนี้ให้ดัง ก็จะทำให้เกิดแนวร่วมในการต่อต้านอิสลามอีกหนึ่งกลุ่มคือชาวพุทธ! และไม่เป็นการวิเคราะห์ที่ผิดพลาดแต่อย่างใด เพราะหลักจาก
วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ทำไมในอิสลามผู้ชายได้รับอนุญาติให้มีภรรยามากกว่า 1 คน?
เรียบเรียงโดย Muslim Hot Report.
ขอบคุณข้อมูล
: www.mureed.com
: www.irf.net/irf/faqonislam/index.htm
ขอบคุณข้อมูล
: www.mureed.com
: www.irf.net/irf/faqonislam/index.htm
คัมภีร์อัลกรุอานเป็นคัมภีร์เล่มเดียวเท่านั้นในบรรดาคัมภีร์ของศาสนาทั้งหลายในโลกนี้ ที่มีข้อความที่ว่า
“ จงแต่งงานกับสตรีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น”
ทำไมมุสลิมจึงร่วมพิธีกรรมไหว้ครูไม่ได้
เรียบเรียงโดย muslim Hot Report
ขอบคุณข้อมูลจาก "หนังสือทำไมมุสลิมจึงทำไม่ได้"
ของ อ.มุรีด ทิมะเสน
ขอบคุณข้อมูลจาก "หนังสือทำไมมุสลิมจึงทำไม่ได้"
ของ อ.มุรีด ทิมะเสน
ทำไมมุสลิมจึงร่วมพิธีกรรมไหว้ครูไม่ได้
คัดลอกจากหนังสือ “ ทำไมมุสลิมจึงทำไม่ได้ ”
ของ อ.มุรีด ทิมะเสน
วันเสาร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2554
คำฟัตวาของเชคมุนัจญิดเรื่องงานเมาลิดนบี
คำถาม :
ทำไมบางคนยอมรับงานเฉลิมฉลองสำหรับท่านนบี ส่วนบางคนไม่ยอมรับ? ท่านมีทัศนะอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้?
คำตอบ :
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ
ในพระมหาคัมภีร์อัลกุรอานไม่มีข้อความใดระบุไว้ว่าสมควรที่จะมีการจัดงานเมาลิดหรือการเฉลิมฉลองวันที่ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)เกิด ซึ่งในสมัยของท่านเองท่านก็ไม่ได้กระทำเอาไว้เป็นแบบอย่างหรือแม้กระทั่งสั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดกระทำทั้งในช่วงก่อนหรือหลังที่ท่านอยู่บนโลกนี้ แท้ที่จริงแล้วท่านยังได้บอกพวกเราว่าอย่าได้ทำการใดๆหรือยกย่องท่านให้ใหญ่โตไปกว่าสถานะของท่านดั่งเช่นที่ชาวคริสต์ได้ทำไว้กับท่านนบีอีซา(อะลัยฮิสลาม) ท่านกล่าวว่า “พวกท่านจงอย่ายกย่องสรรเสริญฉันเกินความเป็นจริง อย่างที่ชาวคริสต์ยกย่องบุตรของมัรฺยัม เพราะฉันเป็นเพียงบ่าวเท่านั้น ดังนั้นจงใช้คำว่า ‘บ่าวของอัลลอฮฺ และรสูลของพระองค์’” (บันทึกโดยบุคอรีย์) และเท่าที่มีหลักฐานนั้นพบท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิวะสัลลัม) ได้ทำให้วันเกิดของท่านนั้นเป็นวันแห่งการอิบาดะฮฺต่ออัลลอฮฺ ไม่ใช่ทำให้เป็นวันเฉลิมฉลอง ท่านได้สั่งให้มีการถือศีลอดในวันจันทร์ดังที่ในหะดีษกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่ฉันเกิด และเป็นวันที่ฉันได้รับมอบหมายให้เป็นผู้เผยแผ่ คือได้รับวะฮีย์ครั้งแรก” (บันทึกโดยมุสลิม, อัน-นิสาอีย์ และอบูดาวูด)
ยิ่งไปกว่านั้น เราต่างก็รู้กันว่าบรรดาเศาะหาบะฮฺ(รอฎิยัลลอฮุอันฮุม)นั้นเป็นผู้ที่รักท่านรสูลที่สุด ดังนั้นมีหลักฐานบ้างไหมว่าท่านอบูบักรฺซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดและรักท่านรสูลที่สุดผู้หนึ่งได้กระทำการจัดงานเฉลิมฉลองวันเกิดให้ท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)? มีหลักฐานบ้างไหมว่าท่านอุมัรฺ ผู้ซึ่งปกครองอาณาจักรอยู่ 12 ปี และท่านอุษมานได้กระทำ? มีหลักฐานบ้างไหมว่าท่านอะลีย์ซึ่งเป็นญาติและเป็นคนที่ท่านรสูลเลี้ยงดูมาแต่เด็กได้กระทำ? มีหลักฐานบ้างไหมว่ามีเศาะหาบะฮฺสักท่านได้กระทำ? ไม่มีเลย สาบานต่ออัลลอฮฺ! มันเป็นเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่เห็นถึงความสำคัญของมัน หรือเพราะว่าพวกเขาเหล่านั้นไม่รักท่านรสูล(ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม)จริงกระนั้นหรือ? แน่นอนว่าไม่มีใครกล้ากล่าวเช่นนั้นนอกจากผู้ที่หลงทางและได้ชักนำผู้อื่นให้หลงทางไปด้วยเท่านั้น
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553
"โทษสำหรับผู้ที่ศึกษาความรู้ศาสนาด้วยเจตนาอื่น ๆ นอกเหนือจากการหวังในความโปรดปรานของอัลลอฮฺ"
1- มีรายงานจากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ ว่าท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
« مَنْ تَعَلَّمَ عِلْمًا مِمَّا يُبْتَغَى بِهِ وَجْهُ اللَّهِ عَزَّ وَجَلَّ لاَ يَتَعَلَّمُهُ إِلاَّ لِيُصِيبَ بِهِ عَرَضًا مِنَ الدُّنْيَا لَمْ يَجِدْ عَرْفَ الْجَنَّةِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ». يَعْنِى رِيحَهَا. أخرجه أبوداود وابن ماجه
ความว่า : “ผู้ใดที่ศึกษาความรู้ประเภทที่มีจุดประสงค์เพื่อแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ด้วยเจตนาเพียงเพื่อแสวงหาวัตถุโลกดุนยา เขาจะไม่ได้กลิ่นสวรรค์ในวันกิยามัต” [เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูดตามสำนวนนี้ หมายเลข 3664 เศาะฮีหฺสุนันอบีดาวูด หมายเลข 3112 และบันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 252 เศาะฮีหฺสุนันอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 204]
2- จากกะอับ บินมาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า : ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า :
« مَنْ طَلَبَ الْعِلْمَ لِيُجَارِىَ بِهِ الْعُلَمَاءَ أَوْ لِيُمَارِىَ بِهِ السُّفَهَاءَ أَوْ يَصْرِفَ بِهِ وُجُوهَ النَّاسِ إِلَيْهِ أَدْخَلَهُ اللَّهُ النَّارَ ». أخرجه الترمذي وابن ماجه
ความว่า : “ผู้ใดที่ร่ำเรียนวิชาเพื่อจะใช้แข่งประชันกับบรรดาผู้รู้ หรือเพื่อจะใช้โอ้อวดคนโง่ หรือเพื่อจะใช้เบนใบหน้าคนอื่นให้มองไปยังตัวเขา(หมายถึงหาผลประโยชน์กับคนอื่นด้วยความรู้ของเขา) อัลลอฮฺก็จะให้เขาเข้านรก” [หะสัน บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ตามสำนวนนี้ หมายเลข 2645 เศาะฮีหฺสุนันอัตติรมิซีย์ หมายเลข 2138 และบันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 253 เศาะฮีหฺสุนันอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 205]
พี่น้องทุกท่านล่ะครับ....ศึกษาเรื่องศาสนาด้วยเจตนาอันใด
muslim hot report : รายงาน
« مَنْ تَعَلَّمَ عِلْمًا مِمَّا يُبْتَغَى بِهِ وَجْهُ اللَّهِ عَزَّ وَجَلَّ لاَ يَتَعَلَّمُهُ إِلاَّ لِيُصِيبَ بِهِ عَرَضًا مِنَ الدُّنْيَا لَمْ يَجِدْ عَرْفَ الْجَنَّةِ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ». يَعْنِى رِيحَهَا. أخرجه أبوداود وابن ماجه
ความว่า : “ผู้ใดที่ศึกษาความรู้ประเภทที่มีจุดประสงค์เพื่อแสวงหาความโปรดปรานของอัลลอฮฺ ด้วยเจตนาเพียงเพื่อแสวงหาวัตถุโลกดุนยา เขาจะไม่ได้กลิ่นสวรรค์ในวันกิยามัต” [เศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูดตามสำนวนนี้ หมายเลข 3664 เศาะฮีหฺสุนันอบีดาวูด หมายเลข 3112 และบันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 252 เศาะฮีหฺสุนันอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 204]
2- จากกะอับ บินมาลิก เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า : ฉันได้ยินท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวว่า :
« مَنْ طَلَبَ الْعِلْمَ لِيُجَارِىَ بِهِ الْعُلَمَاءَ أَوْ لِيُمَارِىَ بِهِ السُّفَهَاءَ أَوْ يَصْرِفَ بِهِ وُجُوهَ النَّاسِ إِلَيْهِ أَدْخَلَهُ اللَّهُ النَّارَ ». أخرجه الترمذي وابن ماجه
ความว่า : “ผู้ใดที่ร่ำเรียนวิชาเพื่อจะใช้แข่งประชันกับบรรดาผู้รู้ หรือเพื่อจะใช้โอ้อวดคนโง่ หรือเพื่อจะใช้เบนใบหน้าคนอื่นให้มองไปยังตัวเขา(หมายถึงหาผลประโยชน์กับคนอื่นด้วยความรู้ของเขา) อัลลอฮฺก็จะให้เขาเข้านรก” [หะสัน บันทึกโดยอัตติรมิซีย์ตามสำนวนนี้ หมายเลข 2645 เศาะฮีหฺสุนันอัตติรมิซีย์ หมายเลข 2138 และบันทึกโดยอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 253 เศาะฮีหฺสุนันอิบนุมาญะฮฺ หมายเลข 205]
พี่น้องทุกท่านล่ะครับ....ศึกษาเรื่องศาสนาด้วยเจตนาอันใด
muslim hot report : รายงาน
"โทษสำหรับผู้ปกปิดความรู้"
1- อัลลอฮฺ สุบหานะฮุวะตะอาลา ได้ตรัสว่า :
ความว่า : แท้จริง บรรดาผู้ที่ปกปิดหลักฐานอันชัดเจนและข้อแนะนำอันถูกต้องที่เราได้ประทานลงมา ภายหลังจากที่เราได้อธิบายมันไว้อย่างละเอียดให้แก่มนุษย์ในคัมภีร์นั้น ชนเหล่านั้นแหล่ะที่อัลลอฮฺจะทรงขับพวกเขาให้พ้นจากความเมตตาของพระองค์ และบรรดาผู้สาปแช่งต่างก็จะพลอยสาปแช่งพวกเขาไปด้วย นอกจากผู้ที่สำนึกผิดพร้อมกับปรับปรุงแก้ไขตัวเองและชี้แจงสิ่งที่ปกปิดไว้ ซึ่งชนเหล่านั้นข้าจะทรงยกโทษให้แก่พวกเขา และข้าคือพระผู้ทรงยกโทษ พระผู้ทรงเมตตายิ่ง (อัลบะเกาะเราะฮฺ : 159-160)
2- จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
« مَنْ سُئِلَ عَنْ عِلْمٍ فَكَتَمَهُ أَلْجَمَهُ اللَّهُ بِلِجَامٍ مِنْ نَارٍ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ». أخرجه أبوداود والترمذي
ความว่า : “ผู้ใดที่ถูกถามเกี่ยวกับความรู้อย่างหนึ่งแล้วเขาปกปิดมัน อัลลอฮฺก็จะทรงครอบปากเขาด้วยปลอกปากที่ทำจากไฟในวันกิยามัต” [หะสันเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูดตามสำนวนนี้ หมายเลข 3658 เศาะฮีหฺสุนันอบีดาวูด หมายเลข 3106 และบันทึกโดยอัตติรมิซีย์ หมายเลข 2649 เศาะฮีหฺสุนันอัตติรมิซีย์ หมายเลข 2135]
บางท่านอาจจะขัดข้องใจว่า...ท่านที่มีความรู้เรื่องศาสนาในสังคมเรานี้ มีด้วยเหรอที่มีความรู้แล้วไม่เปิดเผยไม่ถ่ายทอดความรู้เรื่องดังกล่างให้กับบุคคลอื่น ในเมื่อเขาได้ศึกษาหาความรู้มาแล้วเหตุอันใดเขาถึงไม่กระทำในสิ่งที่ถูกต้องสมควรล่ะ......
ขอบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง.....อาจจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรืออย่างไรก็หาทราบไม่ อันนี้ก็ต้องสืบหาและสอบถามจากบุคคลดังกล่างต่อไป นะครับแล้วเราล่ะเคยคิดที่จะศึกษาหาความรู้เพื่อที่จะปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามแนวทางและถ่ายทอดความรู้เรื่องดังกล่างให้กับบุคคลอื่นหรือไม่ หรือว่าไม่เคยคิด หรือว่าคิดแล้วแต่เกิดปัญหา
ด้วยเหตุนี้ผมขอกล่าวว่า...พยายามเถอะครับ..เพราะ เวลาแห่งยุคสุดท้ายนี้มีอีกไม่นานหรอกครับ ถ้าไม่ใช่เวลานี้แล้วจะเป็นเวลาไหนล่ะครับที่เราจะได้กระทำกัน
muslim hot report : รายงาน
2- จากอบู ฮุร็อยเราะฮฺ เราะฎิยัลลอฮฺ อันฮุ เล่าว่า ท่านเราะสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวว่า :
« مَنْ سُئِلَ عَنْ عِلْمٍ فَكَتَمَهُ أَلْجَمَهُ اللَّهُ بِلِجَامٍ مِنْ نَارٍ يَوْمَ الْقِيَامَةِ ». أخرجه أبوداود والترمذي
ความว่า : “ผู้ใดที่ถูกถามเกี่ยวกับความรู้อย่างหนึ่งแล้วเขาปกปิดมัน อัลลอฮฺก็จะทรงครอบปากเขาด้วยปลอกปากที่ทำจากไฟในวันกิยามัต” [หะสันเศาะฮีหฺ บันทึกโดยอบูดาวูดตามสำนวนนี้ หมายเลข 3658 เศาะฮีหฺสุนันอบีดาวูด หมายเลข 3106 และบันทึกโดยอัตติรมิซีย์ หมายเลข 2649 เศาะฮีหฺสุนันอัตติรมิซีย์ หมายเลข 2135]
บางท่านอาจจะขัดข้องใจว่า...ท่านที่มีความรู้เรื่องศาสนาในสังคมเรานี้ มีด้วยเหรอที่มีความรู้แล้วไม่เปิดเผยไม่ถ่ายทอดความรู้เรื่องดังกล่างให้กับบุคคลอื่น ในเมื่อเขาได้ศึกษาหาความรู้มาแล้วเหตุอันใดเขาถึงไม่กระทำในสิ่งที่ถูกต้องสมควรล่ะ......
ขอบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง.....อาจจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรืออย่างไรก็หาทราบไม่ อันนี้ก็ต้องสืบหาและสอบถามจากบุคคลดังกล่างต่อไป นะครับแล้วเราล่ะเคยคิดที่จะศึกษาหาความรู้เพื่อที่จะปฏิบัติตนให้ถูกต้องตามแนวทางและถ่ายทอดความรู้เรื่องดังกล่างให้กับบุคคลอื่นหรือไม่ หรือว่าไม่เคยคิด หรือว่าคิดแล้วแต่เกิดปัญหา
ด้วยเหตุนี้ผมขอกล่าวว่า...พยายามเถอะครับ..เพราะ เวลาแห่งยุคสุดท้ายนี้มีอีกไม่นานหรอกครับ ถ้าไม่ใช่เวลานี้แล้วจะเป็นเวลาไหนล่ะครับที่เราจะได้กระทำกัน
muslim hot report : รายงาน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)














